18
Aug, 2018

SHARE

List News
18 Aug, 2018

“เรวู” ผู้นำแพลตฟอร์มรีวิวของเมืองไทยโตต่อเนื่องฉลองครบรอบ 2 ปี พร้อมโกอินเตอร์บุกไต้หวัน อินโด เวียดนาม เดินหน้าชูเทรนด์ “ไมโครอินฟลูเอนเซอร์” เรียลแต่แรงส์! อาวุธลับสร้างแบรนด์ในระยะยาว

news

เป็นผู้นำเทรนด์การทำตลาด “คอนเทนต์ มาร์เก็ตติ้ง” ผ่านผู้ใช้จริง หรือ รีวิวเวอร์ส (Reviewers) ต่อเนื่องจนครบรอบ 2 ปี แล้ว  “เรวู” (Revu) เดินหน้าชูกลยุทธ์ “”ไมโคร อินฟลูเอนเซอร์” ที่หลากหลายแบรนด์กว่า 2000 แคมเปญต่างไว้ใจนำไปใช้เป็น “อาวุธลับ”บุกตลาดยุคดิจิทัล ตอกย้ำพลังของผู้ใช้สินค้าจริงที่มีความน่าเชื่อถือ ส่งต่อบทความและประสบการณ์การใช้จริงไปยังกลุ่มเป้าหมายหรือลูกค้าแบบปากต่อปาก รวมทั้งนำบทความหรือรีวิวการใช้จริงนี้ไปวิเคราะห์และพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 


นายอนุพงศ์ จันทร กรรมการผู้จัดการบริษัทอัลเทอเนท 65 ผู้บริหาร “เรวู” แพลตฟอร์มรีวิวอันดับ 1 ของเมืองไทย ภายใต้ บริษัท วายดีเอ็ม (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า ในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 2 ของ REVU ผู้ก่อตั้ง “th.revu.net” เว็บไซต์สร้างเนื้อหาการรีวิวสินค้าและบริการ ซึ่งนับเป็นแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์การตลาดออนไลน์แบบใหม่ล่าสุดนั้น เติบโตอย่างต่อเนื่อง ถึง 50% และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีทั้งจากแบรนด์สินค้า มีจำนวนรีวิวในแพลตฟอร์มเรวูมากกว่า 12,000 รีวิว และจำนวนรีวิวเวอร์กว่า 8,500 คน เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวจากปีที่ผ่านมา

รวมถึงมีแคมเปญสินค้า หรือบริการที่ใช้นักรีวิวผ่าน REVU มาแล้วกว่า 2,000 แคมเปญ ตั้งเป้าผลประกอบการในปีหน้าเติบโต 30% รวมทั้งเพิ่มจำนวนรีวิวเวอร์ให้มากขึ้นเป็น 15,000 คน สำหรับหมวดสินค้า หรือ บริการ 5 อันดับยอดนิยมที่เลือกใช้แพลตฟอร์มรีวิวของเรวูมาใช้เป็นกลยุทธ์ทำการตลาดให้กับแบรนด์ ได้แก่ หมวดสินค้า ความงาม (Beauty), ไลฟ์สไตล์, ไอทีและอุปกรณ์, สุขภาพ และ อาหาร และยังมีผลิตภัณฑ์ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะนำมารีวิวได้ เช่น น้ำยาล้างห้องน้ำ, ชุดชั้นในผู้ชาย ประกันภัยสำหรับนักเดินทาง รวมไปถึงลู่วิ่งไฟฟ้า


“เราเป็นตัวจริงด้าน ไมโคร อินฟลูเอนเซอร์ แพลตฟอร์ม ที่ตอบโจทย์การทำคอนเทนมาร์เก็ตติ้งแบบระยะยาว ด้วยการรีวิวผ่านการใช้จริง เนื่องจากการทำคอนเทนต์ มาร์เก็ตติ้งไม่ได้ทำแบบสมัยก่อนที่ให้อินฟลูเอนเซอร์มาถือผลิตภัณฑ์ และโพสต์ลงโซเชียล แต่ปัจจุบันอินฟลูเอนเซอร์จะต้องทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ และบอกเล่าประสบการณ์ผ่านบทความรีวิว อีกทั้งนักการตลาดต้องสามารถวัดผลในเรื่องของเอนเกจเมนต์หรือจำนวนคนที่อ่านบทความรีวิวแทนที่จะเป็นในเรื่องของ Reach หรือ Follower ซึ่งอาจจะไม่ได้เป็นตัวแปรสำคัญอย่างที่นักการตลาดหลายๆคนเข้าใจ บางครั้งการทำ คอนเทนต์ มาร์เก็ตติ้งของนักการตลาด อาจเป็นเพียงการทำคอนเทนต์แค่ช่วงระยะเวลาสั้นๆ แต่การทำคอนเทนต์ที่ดีควรทำแบบระยะยาว และจะต้องรองรับการ Search ของผู้บริโภคในปัจจุบัน เพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป มีการค้นหาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อเสมอ การทำคอนเทนต์เพื่อรองรับการ Search จึงสำคัญอย่างยิ่งในการทำคอนเทนต์ มาร์เก็ตติ้งในปัจจุบัน ที่สำคัญในปีนี้เรามีแผนจะบุกตลาดอินฟลูเอนเซอร์ของประเทศเพื่อนบ้าน อย่าง เวียดนาม อินโดนีเซีย ไต้หวัน ในปีนี้ ”

นายอนุพงศ์ ยังกล่าวต่อว่า ปัจจุบันการใช้อินฟลูเอนเซอร์เพื่อสร้างคอนเทนต์ มาร์เก็ตติ้งในเมืองไทยมีการแบ่งอินฟลูเอนเซอร์เป็น 4 กลุ่ม ดังนี้ คือ Celebrity, Power Influencer, Peer Influencer และ Micro Influencer (หรือผู้ใช้จริง) ซึ่งทั้ง 4 กลุ่มนี้ จะทำหน้าที่แตกต่างกันออกไป หากนักการตลาดที่ต้องการสร้างการรับรู้แบรนด์ควรเลือกใช้เซเลบริตี้หรือคนดัง เพราะจะสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้กว้างที่สุด แต่หากแบรนด์ต้องการสร้างคอนเทนต์มีความน่าเชื่อถือควรทำผ่านไมโครอินฟลูเอนเซอร์เพราะจะได้ คอนเทนต์จากประสบกาณ์จากการใช้ผลิตภัณฑ์นั้นจริงๆ เมื่อลองใช้เองว่าดี จึงบอกต่อผ่านช่องทางของเขาเอง ทำให้เกิดการปากต่อปาก หรือเพื่อนบอกเพื่อนนั่นเอง การทำการตลาดคอนเทนต์ มาร์เก็ตติ้ง ควรทำควบคู่กับไปทุกกลุ่ม เพราะแต่ละกลุ่มมีหน้าที่แตกต่างกันตามที่กล่าวไว้ข้างต้น

ในส่วนภาพรวมตลาดคอนเทนต์ มาร์เก็ตติ้งในประเทศไทยนั้น  ผู้บริหารเรวู ให้ความเห็นว่า เทรนด์ในการทำคอนเทนต์มาร์เก็ตติ้งได้เปลี่ยนไปตามพฤติกรรมของผู้บริโภค จะเห็นได้ว่าในปี 2015 เน้นการสร้างกระแสให้กับแบรนด์ เช่น หลายแบรนด์หันมาทำวิดีโอไวรัลเพื่อโปรโมตแบรนด์ พอมาปี 2016 เน้นการทำคอนเทนต์ผ่านคนดัง หรือเพจดังๆ ในการสร้างคอนเทนต์ผ่านช่องทางในโซเชียลต่างๆ ถัดมาปี 2017 เป็นการสร้างคอนเทนต์ให้กับแบรนด์ โดยใช้ Power Influencer หรือ Blogger ดังๆ ซึ่งได้ผลตอบรับดีมากไม่ว่า Power Influencer จะโพสต์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใดๆ ก็มักได้รับผลตอบรับที่ดีตามมา จึงเกิดปรากฎการณ์ของขายทางออนไลน์เกิดขึ้นมากมาย อย่างไรก็ดีในปี 2018 นี้ ผู้บริโภคเลือกการเสพสื่อมากขึ้น เลือกที่จะค้นหาความจริง หรือหาบทความที่รู้สึกว่าจริงใจ และบอกเล่าความจริงที่ออกมาจากการประสบการณ์ใช้จริงมากกว่าคำโฆษณา เทรนด์การใช้ Micro Influencer จึงนับเป็นเทรนด์ที่มาแรงสำหรับปี 2018 นี้

“จากข้อมูลใน theshelf.com Influencer Marketing is the New King of Content (2015) ได้ระบุว่าผู้บริโภคจากต่างประเทศได้มีการเสพสื่อเปลี่ยนไป ดังนี้ จำนวน 20% ของผู้บริโภคผู้หญิงยังคงเชื่อการโปรโมตของ Blogger อยู่ ขณะที่ 35% ของผู้บริโภค อ่านบทความจากบล็อคเพื่อหาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ
ส่วน 47% ของผู้บริโภค อ่านบทความจากบล็อกเพื่อหาเทรนด์ หรือไอเดีย และ 70% ของผู้บริโภค เลือกเชื่อบทความรีวิวออนไลน์เป็นตัวเลือกที่ 2 แต่ที่น่าสนใจที่สุดนั้น 92% ของผู้บริโภค เชื่อการแนะนำของใครก็ได้ที่ไม่ได้เป็นคนของแบรนด์ หรือเกี่ยวข้องกับแบรนด์” ผู้บริหารเรวู ให้ข้อมูล

——

th.revu.net เป็นเว็บไซต์รีวิวสินค้าและบริการแบบใหม่ล่าสุด เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง บริษัท วายดีเอ็ม (ไทยแลนด์) จำกัด และบริษัท YDM Global ยักษ์ใหญ่ด้านออนไลน์มาร์เก็ตติ้ง จากประเทศเกาหลี สร้างสรรค์ “Micro Influencer Platform” เจ้าแรก เจ้าเดียวในเมืองไทย ที่เป็นตัวจริงและรู้ลึกเรื่องการทำการตลาดผ่าน Micro Influencer เพื่อให้แบรนด์สินค้าและนักการตลาดสามารถทำ “Content Marketing” สินค้าหรือบริการได้ง่ายๆ ผ่านประสบการณ์การใช้จริงของ “Micro Influencer” ที่ทำการรีวิวผ่าน Blog ส่วนตัว และแชร์ผ่านไปยัง Facebook ส่วนตัว/Facebook Fan Page เพื่อกระจายเนื้อหาที่เกี่ยวกับการใช้สินค้า/บริการนี้ออกไปอย่างแพร่หลาย ทำให้เกิดบทความที่น่าเชื่อถือ จริงใจ บอกต่อกันปากต่อปาก Revu รองรับการสร้าง Content review ให้กับทางแบรนด์ในระยะยาว และรองรับการ Search ของผู้บริโภคในปัจจุบัน เพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป มีการค้นหาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อเสมอ การทำ Content เพื่อรองรับการ Search จึงสำคัญอย่างยิ่งยวดในการทำ Content Marketing ในปัจจุบันนี้ ซึ่งแบรนด์หรือนักการตลาดสามารถกำหนด Keywords หรือ สิ่งที่ต้องการสื่อสารกับผู้บริโภคผ่านการสร้างแคมเปญบนเว็บไซต์ th.revu.net และยังมีระบบรายงานผลอัตโนมัติซึ่งลูกค้าสามารถเข้าดูกายรายงานผลได้ด้วยตนเอง สามารถวัดผลจำนวน Page Views, Unique Visitors, Likes, Comments, Shares เพื่อเป็นประโยชน์ต่อนักการตลาดในการนำข้อมูลไปวิเคราะห์และพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดต่อไปได้อย่างถูกต้อง ซึ่งการวัดผลของการทำ Content Marketing ต้องสามารถวัดผล Engagement หรือจำนวนคนที่อ่านบทความรีวิวแทนที่จะเป็นในเรื่องของ Reach หรือ Follower ซึ่งอาจจะไม่ได้เป็นตัวแปรสำคัญอย่างนักการตลาดหลายๆ คนเข้าใจ

SHARE

List News

GET IN TOUCH!

Subscribe to our newsletters