
ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาที่ผมต้องใช้เวลาครุ่นคิดเยอะมาก คิดถึงความสำเร็จ และปัญหาที่ผ่านมา นำมาวิเคราะห์ เพื่อวางแผนกลยุทธ์ใหม่
ทั้งยังมีปัญหาใหญ่ที่ยังไม่เห็นทางออก คือ “ดูเออร์” เป็นโมเดลที่ต้อง บริหาร “คน” ซึ่งเป็นเรื่องที่ ไม่ถนัดอย่างสิ้นเชิง สำหรับเนิร์ดโปรแกรมเมอร์อย่างผม
จึงได้ไปขอคำแนะนำจากพี่หลายท่าน หนึ่งในคำแนะนำนั้น คือ
“ ไปดู สามก๊ก ซะนะตี๋ ”
อันที่จริง ผมก็พอรู้อยู่แล้วว่า ถ้าได้อ่านสามก๊กจะทำให้สามารถ บริหารธุรกิจได้ดีขึ้น แต่ทำงานมา 20 ปี ก็ไม่เคยคิดอยากจะอ่านเลยสักครั้ง
ว่ากันว่า สามก๊ก ที่เราอ่านกันอยู่นั้น เป็นเพียงไม่ถึง 10% ของเวอร์ชั่นหนังสือฉบับเต็ม และเวอร์ชั่นหนังสือ กว่าจะอ่านจบ ก็ใช้เวลากันเป็นปีทีเดียว .. ถ้าจะให้นั่งอ่านหนังสือ จนจบคงจะไม่ทันการ
ผมเลยเลือกดู สามก๊ก 2010 ช่อง 3 เป็นแบบหนังจีน เสพง่ายๆ สนุกๆ ก่อนละกัน มี 126 ตอน x 30 นาที .. รวมแล้วประมาณ 60 ชั่วโมง .. ซึ่งก็ดูจบใน 2 อาทิตย์

อ่านสามก๊กจบ .. คบไม่ได้ ?
หลังจากได้ดูไปไม่กี่ตอน ผมก็รู้สึกได้ว่า นอกจากจะได้เรียนรู้ เรื่อง เล่ห์เหลี่ยม หักหลัง การเมือง กลอุบายต่างๆ การวิเคราะห์ปัญหา การตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลที่แท้จริง รวมถึง คุณธรรม ความซื่อสัตย์แล้ว สิ่งที่ได้เรียนรู้มากที่สุดก็ คือ “ เรื่องคน ” .. สามก๊ก มีตัวละครหลายร้อยตัว เป็นคนในแบบต่างๆ ให้เราได้เรียนรู้นิสัย พฤติกรรม การรู้ทันความคิดของคนอื่นๆ และการใช้คน
ในเรื่องนี้ ไม่มีใคร ดี 100% หรือ ชั่ว 100% .. บางทีคนดี ก็ทำบางอย่างที่ไม่ดี และ คนไม่ดี ก็อาจจะทำบางอย่าง ที่น่านับถือ มีคุณธรรม ก็ได้ เช่น
เล่าปี .. ดูเหมือนจะเป็นพระเอก ผู้คนต่างยกย่องว่าเป็น ผู้ถือคุณธรรม มีผู้ติดตามเก่งๆ มากมาย เช่น กวนอู เตียวหุย จูล่ง ขงเบ้ง แต่ด้วยความที่ “ดีเกินไป” ทำให้อ่อนแอ ไม่กล้าทำอะไร ติดขัดไปซะทุกอย่างซ้ำยัง ถ้าไปรวมกับใคร คนนั้นเป็นอันต้องล่มสลายไปทุกที แต่ตนเองกลับได้ดีแทน
ซุนกวน .. เป็นคนฉลาด ยอดนักการเมือง ต้องรับตำแหน่งต่อจากพ่อและพี่ชาย ตอนวัยรุ่น ทำให้ขาดประสบการณ์ มีลูกน้องคนเก่าแก่ที่เก่งและมีอำนาจในมือ แต่ก็สามารถทำให้เป็นที่เคารพ ศรัทธาได้ แม้จะดูอ่อนแอ แต่ก็ฉลาดและสู้ไม่ถอย ใช้กลยุทธ์ต่างๆ แบบไม่สนใจใคร เพื่อก๊กของตน ขนาดยอมให้น้องสาวไปแต่งงานกับคนอื่น เพื่อแลกกับสิ่งที่ต้องการ ถูกยกย่องให้เป็น นักปกครองที่ดี ทำให้แว่นแคว้นสงบสุข ชาวประชาหน้าใส ไม่ค่อยรุกรานใครแต่ก็มีการป้องกันเข้มแข็ง ไม่ยอมให้ใครมารุกรานได้ง่ายๆ
โจโฉ .. ผู้ได้ชื่อว่า ทรราชแห่งยุค .. ยอมทรยศคนทั้งโลก แต่ไม่ยอมให้คนทั้งโลกทรยศตัวเอง .. กล้าทำทุกอย่าง ที่จะทำให้ไปถึงเป้าหมาย .. แต่ก็ยัง มีคนนับถือ ศรัทธา มีวิธีซื้อใจคนในแบบต่างๆ มีความเป็นผู้นำสูงมาก จนคนเก่งๆ อย่าง สุมาอี้ (เก่งพอๆ กับขงเบ้ง) ยกย่องให้เป็นนายเพียงคนเดียว และยอมทำตามทุกอย่าง สามารถรวบรวมเมืองต่างๆ รวมเป็นแคว้นที่ใหญ่ที่สุด มีอำนาจใหญ่ที่สุดได้
อาวุธดี .. อยู่ในมือคนดี .. ก็จะเกิดผลดี
ผมเชื่อว่า ถ้าน้องๆ ได้ดูเรื่องสามก๊ก แล้ว จะมีมุมมองในการเข้าใจคน มีมุมมองในการคิดวิเคราะห์ วางแผน และสามารถนำมาประยุกต์ใช้ ในทำงานร่วมกับผู้อื่น และการบริหารทีมงาน การดูแล ลูกค้า ได้ดีขึ้น ไปอีกขั้นเลย ดังนั้น ขอแนะนำ คุ้มค่ากับเวลาที่เสียไปแน่นอน
ดั่งที่ว่า “ หากยังไม่ได้อ่านสามก๊ก อย่าพึงคิดการใหญ่ ”
ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาที่ผมต้องใช้เวลาครุ่นคิดเยอะมาก คิดถึงความสำเร็จ และปัญหาที่ผ่านมา นำมาวิเคราะห์ เพื่อวางแผนกลยุทธ์ใหม่
ทั้งยังมีปัญหาใหญ่ที่ยังไม่เห็นทางออก คือ “ดูเออร์” เป็นโมเดลที่ต้อง บริหาร “คน” ซึ่งเป็นเรื่องที่ ไม่ถนัดอย่างสิ้นเชิง สำหรับเนิร์ดโปรแกรมเมอร์อย่างผม
จึงได้ไปขอคำแนะนำจากพี่หลายท่าน หนึ่งในคำแนะนำนั้น คือ
“ ไปดู สามก๊ก ซะนะตี๋ ”
อันที่จริง ผมก็พอรู้อยู่แล้วว่า ถ้าได้อ่านสามก๊กจะทำให้สามารถ บริหารธุรกิจได้ดีขึ้น แต่ทำงานมา 20 ปี ก็ไม่เคยคิดอยากจะอ่านเลยสักครั้ง
ว่ากันว่า สามก๊ก ที่เราอ่านกันอยู่นั้น เป็นเพียงไม่ถึง 10% ของเวอร์ชั่นหนังสือฉบับเต็ม และเวอร์ชั่นหนังสือ กว่าจะอ่านจบ ก็ใช้เวลากันเป็นปีทีเดียว .. ถ้าจะให้นั่งอ่านหนังสือ จนจบคงจะไม่ทันการ
ผมเลยเลือกดู สามก๊ก 2010 ช่อง 3 เป็นแบบหนังจีน เสพง่ายๆ สนุกๆ ก่อนละกัน มี 126 ตอน x 30 นาที .. รวมแล้วประมาณ 60 ชั่วโมง .. ซึ่งก็ดูจบใน 2 อาทิตย์

อ่านสามก๊กจบ .. คบไม่ได้ ?
หลังจากได้ดูไปไม่กี่ตอน ผมก็รู้สึกได้ว่า นอกจากจะได้เรียนรู้ เรื่อง เล่ห์เหลี่ยม หักหลัง การเมือง กลอุบายต่างๆ การวิเคราะห์ปัญหา การตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลที่แท้จริง รวมถึง คุณธรรม ความซื่อสัตย์แล้ว สิ่งที่ได้เรียนรู้มากที่สุดก็ คือ “ เรื่องคน ” .. สามก๊ก มีตัวละครหลายร้อยตัว เป็นคนในแบบต่างๆ ให้เราได้เรียนรู้นิสัย พฤติกรรม การรู้ทันความคิดของคนอื่นๆ และการใช้คน
ในเรื่องนี้ ไม่มีใคร ดี 100% หรือ ชั่ว 100% .. บางทีคนดี ก็ทำบางอย่างที่ไม่ดี และ คนไม่ดี ก็อาจจะทำบางอย่าง ที่น่านับถือ มีคุณธรรม ก็ได้ เช่น
เล่าปี .. ดูเหมือนจะเป็นพระเอก ผู้คนต่างยกย่องว่าเป็น ผู้ถือคุณธรรม มีผู้ติดตามเก่งๆ มากมาย เช่น กวนอู เตียวหุย จูล่ง ขงเบ้ง แต่ด้วยความที่ “ดีเกินไป” ทำให้อ่อนแอ ไม่กล้าทำอะไร ติดขัดไปซะทุกอย่างซ้ำยัง ถ้าไปรวมกับใคร คนนั้นเป็นอันต้องล่มสลายไปทุกที แต่ตนเองกลับได้ดีแทน
ซุนกวน .. เป็นคนฉลาด ยอดนักการเมือง ต้องรับตำแหน่งต่อจากพ่อและพี่ชาย ตอนวัยรุ่น ทำให้ขาดประสบการณ์ มีลูกน้องคนเก่าแก่ที่เก่งและมีอำนาจในมือ แต่ก็สามารถทำให้เป็นที่เคารพ ศรัทธาได้ แม้จะดูอ่อนแอ แต่ก็ฉลาดและสู้ไม่ถอย ใช้กลยุทธ์ต่างๆ แบบไม่สนใจใคร เพื่อก๊กของตน ขนาดยอมให้น้องสาวไปแต่งงานกับคนอื่น เพื่อแลกกับสิ่งที่ต้องการ ถูกยกย่องให้เป็น นักปกครองที่ดี ทำให้แว่นแคว้นสงบสุข ชาวประชาหน้าใส ไม่ค่อยรุกรานใครแต่ก็มีการป้องกันเข้มแข็ง ไม่ยอมให้ใครมารุกรานได้ง่ายๆ
โจโฉ .. ผู้ได้ชื่อว่า ทรราชแห่งยุค .. ยอมทรยศคนทั้งโลก แต่ไม่ยอมให้คนทั้งโลกทรยศตัวเอง .. กล้าทำทุกอย่าง ที่จะทำให้ไปถึงเป้าหมาย .. แต่ก็ยัง มีคนนับถือ ศรัทธา มีวิธีซื้อใจคนในแบบต่างๆ มีความเป็นผู้นำสูงมาก จนคนเก่งๆ อย่าง สุมาอี้ (เก่งพอๆ กับขงเบ้ง) ยกย่องให้เป็นนายเพียงคนเดียว และยอมทำตามทุกอย่าง สามารถรวบรวมเมืองต่างๆ รวมเป็นแคว้นที่ใหญ่ที่สุด มีอำนาจใหญ่ที่สุดได้
อาวุธดี .. อยู่ในมือคนดี .. ก็จะเกิดผลดี
ผมเชื่อว่า ถ้าน้องๆ ได้ดูเรื่องสามก๊ก แล้ว จะมีมุมมองในการเข้าใจคน มีมุมมองในการคิดวิเคราะห์ วางแผน และสามารถนำมาประยุกต์ใช้ ในทำงานร่วมกับผู้อื่น และการบริหารทีมงาน การดูแล ลูกค้า ได้ดีขึ้น ไปอีกขั้นเลย ดังนั้น ขอแนะนำ คุ้มค่ากับเวลาที่เสียไปแน่นอน
ดั่งที่ว่า “ หากยังไม่ได้อ่านสามก๊ก อย่าพึงคิดการใหญ่ ”
ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาที่ผมต้องใช้เวลาครุ่นคิดเยอะมาก คิดถึงความสำเร็จ และปัญหาที่ผ่านมา นำมาวิเคราะห์ เพื่อวางแผนกลยุทธ์ใหม่
ทั้งยังมีปัญหาใหญ่ที่ยังไม่เห็นทางออก คือ “ดูเออร์” เป็นโมเดลที่ต้อง บริหาร “คน” ซึ่งเป็นเรื่องที่ ไม่ถนัดอย่างสิ้นเชิง สำหรับเนิร์ดโปรแกรมเมอร์อย่างผม
จึงได้ไปขอคำแนะนำจากพี่หลายท่าน หนึ่งในคำแนะนำนั้น คือ
“ ไปดู สามก๊ก ซะนะตี๋ ”
อันที่จริง ผมก็พอรู้อยู่แล้วว่า ถ้าได้อ่านสามก๊กจะทำให้สามารถ บริหารธุรกิจได้ดีขึ้น แต่ทำงานมา 20 ปี ก็ไม่เคยคิดอยากจะอ่านเลยสักครั้ง
ว่ากันว่า สามก๊ก ที่เราอ่านกันอยู่นั้น เป็นเพียงไม่ถึง 10% ของเวอร์ชั่นหนังสือฉบับเต็ม และเวอร์ชั่นหนังสือ กว่าจะอ่านจบ ก็ใช้เวลากันเป็นปีทีเดียว .. ถ้าจะให้นั่งอ่านหนังสือ จนจบคงจะไม่ทันการ
ผมเลยเลือกดู สามก๊ก 2010 ช่อง 3 เป็นแบบหนังจีน เสพง่ายๆ สนุกๆ ก่อนละกัน มี 126 ตอน x 30 นาที .. รวมแล้วประมาณ 60 ชั่วโมง .. ซึ่งก็ดูจบใน 2 อาทิตย์

อ่านสามก๊กจบ .. คบไม่ได้ ?
หลังจากได้ดูไปไม่กี่ตอน ผมก็รู้สึกได้ว่า นอกจากจะได้เรียนรู้ เรื่อง เล่ห์เหลี่ยม หักหลัง การเมือง กลอุบายต่างๆ การวิเคราะห์ปัญหา การตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลที่แท้จริง รวมถึง คุณธรรม ความซื่อสัตย์แล้ว สิ่งที่ได้เรียนรู้มากที่สุดก็ คือ “ เรื่องคน ” .. สามก๊ก มีตัวละครหลายร้อยตัว เป็นคนในแบบต่างๆ ให้เราได้เรียนรู้นิสัย พฤติกรรม การรู้ทันความคิดของคนอื่นๆ และการใช้คน
ในเรื่องนี้ ไม่มีใคร ดี 100% หรือ ชั่ว 100% .. บางทีคนดี ก็ทำบางอย่างที่ไม่ดี และ คนไม่ดี ก็อาจจะทำบางอย่าง ที่น่านับถือ มีคุณธรรม ก็ได้ เช่น
เล่าปี .. ดูเหมือนจะเป็นพระเอก ผู้คนต่างยกย่องว่าเป็น ผู้ถือคุณธรรม มีผู้ติดตามเก่งๆ มากมาย เช่น กวนอู เตียวหุย จูล่ง ขงเบ้ง แต่ด้วยความที่ “ดีเกินไป” ทำให้อ่อนแอ ไม่กล้าทำอะไร ติดขัดไปซะทุกอย่างซ้ำยัง ถ้าไปรวมกับใคร คนนั้นเป็นอันต้องล่มสลายไปทุกที แต่ตนเองกลับได้ดีแทน
ซุนกวน .. เป็นคนฉลาด ยอดนักการเมือง ต้องรับตำแหน่งต่อจากพ่อและพี่ชาย ตอนวัยรุ่น ทำให้ขาดประสบการณ์ มีลูกน้องคนเก่าแก่ที่เก่งและมีอำนาจในมือ แต่ก็สามารถทำให้เป็นที่เคารพ ศรัทธาได้ แม้จะดูอ่อนแอ แต่ก็ฉลาดและสู้ไม่ถอย ใช้กลยุทธ์ต่างๆ แบบไม่สนใจใคร เพื่อก๊กของตน ขนาดยอมให้น้องสาวไปแต่งงานกับคนอื่น เพื่อแลกกับสิ่งที่ต้องการ ถูกยกย่องให้เป็น นักปกครองที่ดี ทำให้แว่นแคว้นสงบสุข ชาวประชาหน้าใส ไม่ค่อยรุกรานใครแต่ก็มีการป้องกันเข้มแข็ง ไม่ยอมให้ใครมารุกรานได้ง่ายๆ
โจโฉ .. ผู้ได้ชื่อว่า ทรราชแห่งยุค .. ยอมทรยศคนทั้งโลก แต่ไม่ยอมให้คนทั้งโลกทรยศตัวเอง .. กล้าทำทุกอย่าง ที่จะทำให้ไปถึงเป้าหมาย .. แต่ก็ยัง มีคนนับถือ ศรัทธา มีวิธีซื้อใจคนในแบบต่างๆ มีความเป็นผู้นำสูงมาก จนคนเก่งๆ อย่าง สุมาอี้ (เก่งพอๆ กับขงเบ้ง) ยกย่องให้เป็นนายเพียงคนเดียว และยอมทำตามทุกอย่าง สามารถรวบรวมเมืองต่างๆ รวมเป็นแคว้นที่ใหญ่ที่สุด มีอำนาจใหญ่ที่สุดได้
อาวุธดี .. อยู่ในมือคนดี .. ก็จะเกิดผลดี
ผมเชื่อว่า ถ้าน้องๆ ได้ดูเรื่องสามก๊ก แล้ว จะมีมุมมองในการเข้าใจคน มีมุมมองในการคิดวิเคราะห์ วางแผน และสามารถนำมาประยุกต์ใช้ ในทำงานร่วมกับผู้อื่น และการบริหารทีมงาน การดูแล ลูกค้า ได้ดีขึ้น ไปอีกขั้นเลย ดังนั้น ขอแนะนำ คุ้มค่ากับเวลาที่เสียไปแน่นอน
ดั่งที่ว่า “ หากยังไม่ได้อ่านสามก๊ก อย่าพึงคิดการใหญ่ ”
[
Connect
]
ให้เราช่วยพาธุรกิจของคุณ ก้าวข้ามขีดจำกัด
ทักมาพูดคุยกันได้เลย
ติดต่อเรา
[
Connect
]
ให้เราช่วยพาธุรกิจของคุณ ก้าวข้ามขีดจำกัด
ทักมาพูดคุยกันได้เลย
ติดต่อเรา
[
Connect
]
ให้เราช่วยพาธุรกิจของคุณ ก้าวข้ามขีดจำกัด
ทักมาพูดคุยกันได้เลย
ติดต่อเรา
การเคลื่อนไหว
ที่เกี่ยวข้อง

{
News
}
เผยไต๋! 8 เคล็ดลับ ปั้นแคมเปญโฆษณาให้โดน!
15 ม.ค. 2568

{
News
}
เผยไต๋! 8 เคล็ดลับ ปั้นแคมเปญโฆษณาให้โดน!
15 ม.ค. 2568

{
News
}
YDM สร้างปรากฏการณ์! กวาด 2 รางวัลด้านการตลาดจาก Meta พร้อมเผยกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ
24 ธ.ค. 2567

{
News
}
YDM สร้างปรากฏการณ์! กวาด 2 รางวัลด้านการตลาดจาก Meta พร้อมเผยกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ
24 ธ.ค. 2567

{
News
}
YDM ปฏิวัติวงการ BI ด้วย Looker: แพลตฟอร์มที่ช่วยให้องค์กรใช้ข้อมูลได้ “ง่าย” และมีประสิทธิภาพ (Looker ไม่ใช่ Looker Studio)
17 ธ.ค. 2567

{
News
}
YDM ปฏิวัติวงการ BI ด้วย Looker: แพลตฟอร์มที่ช่วยให้องค์กรใช้ข้อมูลได้ “ง่าย” และมีประสิทธิภาพ (Looker ไม่ใช่ Looker Studio)
17 ธ.ค. 2567

{
News
}
เผยไต๋! 8 เคล็ดลับ ปั้นแคมเปญโฆษณาให้โดน!
15 ม.ค. 2568

{
News
}
YDM สร้างปรากฏการณ์! กวาด 2 รางวัลด้านการตลาดจาก Meta พร้อมเผยกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ
24 ธ.ค. 2567

{
News
}
YDM ปฏิวัติวงการ BI ด้วย Looker: แพลตฟอร์มที่ช่วยให้องค์กรใช้ข้อมูลได้ “ง่าย” และมีประสิทธิภาพ (Looker ไม่ใช่ Looker Studio)
17 ธ.ค. 2567

{
News
}
จับตา 3 ปัจจัยสำคัญแห่งปี 2568 ที่จะเปลี่ยนผู้นำเป็นผู้ตามอย่างไม่รู้ตัว
3 ธ.ค. 2567

{
News
}
เผยไต๋! 8 เคล็ดลับ ปั้นแคมเปญโฆษณาให้โดน!
15 ม.ค. 2568

{
News
}
YDM สร้างปรากฏการณ์! กวาด 2 รางวัลด้านการตลาดจาก Meta พร้อมเผยกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ
24 ธ.ค. 2567

{
News
}
YDM ปฏิวัติวงการ BI ด้วย Looker: แพลตฟอร์มที่ช่วยให้องค์กรใช้ข้อมูลได้ “ง่าย” และมีประสิทธิภาพ (Looker ไม่ใช่ Looker Studio)
17 ธ.ค. 2567

{
News
}
จับตา 3 ปัจจัยสำคัญแห่งปี 2568 ที่จะเปลี่ยนผู้นำเป็นผู้ตามอย่างไม่รู้ตัว
3 ธ.ค. 2567