[
Privacy Policy
]
นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้
วายดีเอ็ม ไทยแลนด์ กรุ๊ป
บริษัท วายดีเอ็ม (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัทในเครือ (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกรวมกันว่า “บริษัท” หรือ “เรา”) จัดตั้งนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับบริษัทสามารถมั่นใจได้ว่าบริษัทรักษาความโปร่งใสและความรับผิดชอบในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (รวมถึงฉบับแก้ไขเพิ่มเติม) (“PDPA”)
นโยบายนี้ยังแจ้งให้บุคคลทราบถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยที่นำมาใช้เพื่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้ PDPA และใช้เป็นแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้บริหาร พนักงาน และผู้รับจ้างของบริษัททุกคนในการปฏิบัติตามดังต่อไปนี้
คำนิยาม
“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลธรรมดาซึ่งทำให้สามารถระบุตัวตนของบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ
“ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว” หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลที่ระบุไว้ภายใต้ PDPA ว่าเป็นข้อมูลอ่อนไหว เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด
“เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลที่มีความสัมพันธ์กับบริษัทและเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
“บุคคลที่มีความสัมพันธ์กับบริษัท” รวมถึง:
(1) ลูกค้าที่เป็นบุคคลธรรมดาของบริษัท
(2) พันธมิตรทางการค้าหรือคู่สัญญาที่เป็นบุคคลธรรมดาของบริษัท
(3) กรรมการ ผู้มีอำนาจกระทำการแทน ตัวแทน ผู้ถือหุ้น พนักงาน หรือบุคคลอื่นที่มีบทบาทในลักษณะเดียวกันของนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับบริษัท
(4) กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน หรือผู้รับจ้างของบริษัท รวมถึงสมาชิกในครอบครัวของบุคคลดังกล่าว
(5) ผู้ถือหุ้น นักลงทุน รวมถึงบุคคลธรรมดาใดๆ ที่สนใจลงทุนในบริษัท
(6) ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
(7) ผู้เยี่ยมชมหรือผู้ใช้งานเว็บไซต์ www.ydmthailand.com รวมถึงระบบ แอปพลิเคชัน อุปกรณ์ หรือช่องทางการสื่อสารอื่นๆ ที่ควบคุมโดยบริษัท
(8) บุคคลธรรมดาอื่นๆ ที่บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล เช่น บุคคลที่ติดต่อบริษัท ผู้สมัครงาน สมาชิกในครอบครัวของผู้สมัครงาน หรือบุคคลที่ถูกอ้างอิงในใบสมัครงาน
“บริษัทในเครือ” หมายถึง บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย และบริษัทร่วมของบริษัท และรวมถึงบุคคลที่ดำเนินการในนามของนิติบุคคลดังกล่าวด้วย
“การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง การดำเนินการใดๆ กับข้อมูลส่วนบุคคล เช่น การเก็บรวบรวม การบันทึก การทำสำเนา การจัดระเบียบ การจัดเก็บ การบำรุงรักษา การปรับปรุง การเปลี่ยนแปลง การใช้ การดึงข้อมูล การเปิดเผย การส่งต่อ การเผยแพร่ การส่ง การรวม การลบ หรือการทำลาย
ขอบเขตการบังคับใช้
นโยบายนี้ใช้บังคับกับข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (ทั้งในปัจจุบันและอนาคต) ที่บริษัท ผู้บริหาร พนักงาน และ/หรือผู้รับจ้างของบริษัททำการประมวลผล การประมวลผลดังกล่าวจะดำเนินการเพียงเท่าที่จำเป็นสำหรับการดำเนินงานของบริษัท และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดจากธุรกรรมหรือการติดต่อสื่อสารระหว่างบริษัทและเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลผ่านช่องทาง วิธีการ หรือรูปแบบใดๆ รวมถึงเว็บไซต์ ระบบ แอปพลิเคชัน เอกสาร หรือช่องทางการสื่อสารหรือบริการอื่นๆ ภายใต้การควบคุมของบริษัท
ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทอาจเก็บรวบรวม
บริษัทอาจเก็บรวบรวมหรือได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลดังต่อไปนี้ (รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว ซึ่งบริษัทจะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนการเก็บรวบรวม เว้นแต่กฎหมายจะอนุญาตเป็นอย่างอื่น)
ข้อมูลระบุตัวตนส่วนบุคคล เช่น คำนำหน้าชื่อ ชื่อ ชื่อสกุล ชื่อกลาง ชื่อเล่น ลายมือชื่อ เลขประจำตัวประชาชน สัญชาติ เลขที่ใบขับขี่ เลขที่หนังสือเดินทาง ข้อมูลทะเบียนบ้าน เป็นต้น
ลักษณะเฉพาะบุคคล เช่น วันเดือนปีเกิด เพศ ส่วนสูง น้ำหนัก อายุ สถานภาพสมรส สถานภาพทางทหาร รูปถ่าย ภาษาที่พูด ข้อมูลพฤติกรรม ความระเบิกบานใจหรือความชอบ สถานะล้มละลาย สถานะความเป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ เป็นต้น
ข้อมูลการติดต่อ เช่น หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขโทรสาร ที่อยู่อีเมล ที่อยู่ทางไปรษณีย์ ชื่อบัญชีโซเชียลมีเดีย แผนที่ตั้งของที่อยู่อาศัย เป็นต้น
ข้อมูลการจ้างงานและการศึกษา เช่น ประวัติการทำงาน ประวัติการศึกษา ประเภทการจ้างงาน อาชีพ ระดับ ตำแหน่ง หน้าที่ความรับผิดชอบ ความเชี่ยวชาญ สถานะใบอนุญาตทำงาน เลขที่ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี เลขบัญชีธนาคาร บุคคลอ้างอิง ข้อมูลเงินเดือน วันที่เริ่มงาน วันที่สิ้นสุดการจ้างงาน การประเมินผลการปฏิบัติงาน สวัสดิการและผลประโยชน์ สถาบันการศึกษา วุฒิการศึกษา ผลการศึกษา และวันที่สำเร็จการศึกษา เป็นต้น
ข้อมูลกรมธรรม์ประกันภัย เช่น ผู้เอาประกันภัย ผู้รับประโยชน์ เลขที่กรมธรรม์ ประเภทกรมธรรม์ จำนวนเงินเอาประกันภัย และข้อมูลเกี่ยวกับการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์
ข้อมูลความสัมพันธ์ทางสังคม เช่น สถานะทางการเมือง การดำรงตำแหน่งทางการเมือง การดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการในนิติบุคคลใดๆ เป็นต้น
ข้อมูลที่เกี่ยวกับการใช้บริการออนไลน์ของบริษัท เช่น ชื่อผู้ใช้งาน รหัสผ่าน รหัส PIN รหัสการลงชื่อเข้าใช้ระบบเพียงครั้งเดียว (SSO ID) รหัส OTP ข้อมูลการจราจรทางคอมพิวเตอร์ ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง รูปภาพ วิดีโอ บันทึกเสียง ข้อมูลพฤติกรรมการใช้งาน ประวัติการค้นหา คุกกี้หรือเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกัน รหัสอุปกรณ์ ประเภทอุปกรณ์ รายละเอียดการเชื่อมต่อ ข้อมูลเบราว์เซอร์ การตั้งค่าภาษา ระบบปฏิบัติการที่ใช้ เป็นต้น
คุกกี้และการใช้งานคุกกี้
บริษัทเก็บรวบรวมและใช้คุกกี้และเทคโนโลยีอื่นๆ ที่คล้ายคลึงกันบนเว็บไซต์ภายใต้การควบคุมของบริษัท เช่น www.ydmthailand.com หรือบนอุปกรณ์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้มั่นใจว่าเว็บไซต์ทำงานได้อย่างถูกต้อง และ/หรือเพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้งานให้แก่ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์สามารถจัดการหรือลบคุกกี้ผ่านการตั้งค่าเบราว์เซอร์บนอุปกรณ์ของตนได้
วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์หลายประการ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลและบริษัท และประเภทของผลิตภัณฑ์ บริการ หรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตวัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมายดังต่อไปนี้ และ/หรือตามที่กฎหมายอนุญาตเป็นอย่างอื่น
เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
เพื่อปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญา หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น
เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทหรือบุคคลอื่น เช่น การบริหารจัดการและการพัฒนาธุรกิจ การดำเนินงานที่จำเป็นเพื่อประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ การประเมินและบริหารความเสี่ยง การป้องกันและการตรวจสอบการทุจริตและการคอร์รัปชัน การบริหารทรัพยากรบุคคล การจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าและ/หรือพันธมิตร การบำรุงรักษาและการดำเนินงานของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ การรักษาความปลอดภัย กิจกรรมทางการตลาด การวิเคราะห์ข้อมูลหรือการวิจัยทางการตลาด และการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายที่ใช้บังคับกับบริษัท
ในกรณีที่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งบริษัทจำเป็นต้องได้รับความยินยอมสำหรับการดำเนินการหรือบริการบางอย่างตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลปฏิเสธที่จะให้ความยินยอมดังกล่าว บริษัทอาจจะไม่สามารถดำเนินการหรือให้บริการบางอย่างตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอได้ทั้งหมดหรือบางส่วน
การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
ภายใต้วัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในข้อ 5 ข้างต้นหรือวัตถุประสงค์อื่นที่กฎหมายอนุญาต บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บริษัทในเครือ พันธมิตรทางธุรกิจ หรือบุคคลอื่น ในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนการเปิดเผยดังกล่าว นอกจากนี้ บริษัทจะดูแลให้ผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และจะดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้มีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยมิชอบ
การโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ
บริษัทอาจโอนข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไปยังบริษัทในเครือ พันธมิตรทางธุรกิจ หรือบุคคลอื่นที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ ประเทศปลายทางที่รับข้อมูลส่วนบุคคลนั้นจะต้องมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดภายใต้ PDPA เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้
เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย
ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่ประเทศปลายทางไม่มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ
เป็นการจำเป็นเพื่อปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญา หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น
เป็นการดำเนินการตามสัญญาระหว่างบริษัทและบุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือบุคคลอื่น เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมในขณะนั้นได้
เป็นการจำเป็นเพื่อดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ
ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ และคนเสมือนไร้ความสามารถ
ในกรณีที่บริษัททราบว่าเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ และจำเป็นต้องได้รับความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะไม่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจนกว่าจะได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครอง ผู้รักษาพิทักษ์ หรือผู้อนุบาล (แล้วแต่กรณี) ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
ระยะเวลาการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลไว้ตราบเท่าที่จำเป็นสำหรับวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ระยะเวลาการจัดเก็บจะขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูล เช่น ระยะเวลาความสัมพันธ์ตามสัญญา และอายุความตามกฎหมาย เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาจัดเก็บและข้อมูลส่วนบุคคลไม่มีความจำเป็นสำหรับวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้อีกต่อไป บริษัทจะทำการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถระบุตัวบุคคลผู้เป็นเจ้าของข้อมูลได้อีกต่อไป
มาตรการรักษาความปลอดภัย
บริษัทดำเนินการตามมาตรการรักษาความปลอดภัยเพื่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง การใช้ การเปลี่ยนแปลง การแก้ไข หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยมิชอบ การเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลจะถูกจำกัดเฉพาะพนักงานหรือบุคคลที่ได้รับมอบหมายซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวตามวัตถุประสงค์ในการประมวลผลที่ได้แจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ บุคคลดังกล่าวจะต้องปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทอย่างเคร่งครัดและรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับจากการปฏิบัติหน้าที่
สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
เมื่อ PDPA มีผลใช้บังคับอย่างสมบูรณ์ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะมีสิทธิตามกฎหมาย PDPA ดังต่อไปนี้
สิทธิในการถอนความยินยอม – เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิในการถอนความยินยอมได้ตลอดเวลา เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธิตามกฎหมายหรือสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิในการขอเข้าถึง – เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท หรือขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวที่ตนไม่ได้ให้ความยินยอม บริษัทอาจปฏิเสธความขอร้องดังกล่าวได้เฉพาะในกรณีที่กฎหมายหรือคำสั่งศาลกำหนด และเมื่อการเปิดเผยนั้นอาจส่งผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น
สิทธิในการขอรับและโอนย้ายข้อมูล – เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนจากบริษัทได้ ในกรณีที่บริษัทได้ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติ และสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ (เช่น รูปแบบอิเล็กทรอนิกส์) เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลยังมีสิทธิขอให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ หรือขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทส่งหรือโอนไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่โดยสภาพทางเทคนิคไม่สามารถทำได้ การใช้สิทธิดังกล่าวจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
สิทธิในการคัดค้านการประมวลผล – เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนเมื่อใดก็ได้ภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ในกรณีดังกล่าว บริษัทจะยุติการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้นและคัดแยกข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกคัดค้านออกจากข้อมูลอื่นอย่างชัดเจนทันทีที่ได้รับคำคัดค้าน เว้นแต่บริษัทสามารถพิสูจน์ได้ว่าการประมวลผลนั้นมีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายที่เหนือกว่าสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการประมวลผลนั้นมีความจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ
สิทธิในการขอให้ลบหรือทำลาย – เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอให้บริษัทลบ หรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลได้ ภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูล – เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลได้ในสถานการณ์ดังต่อไปนี้
เมื่อบริษัทอยู่ในระหว่างการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลส่วนบุคคลตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ
เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลต้องถูกลบหรือทำลายเนื่องจากประมวลผลโดยมิชอบด้วยกฎหมาย แต่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลขอให้ระงับการใช้แทน
เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม แต่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีความจำเป็นต้องขอให้เก็บรักษาไว้เพื่อใช้ในการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
เมื่อบริษัทอยู่ในระหว่างการพิสูจน์เพื่อยืนยันว่าเหตุอันชอบด้วยกฎหมายนั้นเหนือกว่าการคัดค้านของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อ 11.4
สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูล – เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอให้บริษัทแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของตนเพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลนั้นถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทได้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อคอยให้คำแนะนำและตรวจสอบการดำเนินงานของบริษัท รวมถึงพนักงานและผู้รับจ้างเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนประสานงานและให้ความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่ PDPA กำหนด
หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลรายใดมีข้อสงสัยเกี่ยวกับนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ หรือต้องการใช้สิทธิตามนโยบายนี้หรือกฎหมายที่ใช้บังคับ โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ที่:
เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ที่อยู่: 139/26 ซอยลาดพร้าว 53 (โชคชัย 4) แขวงสะพานสอง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร
อีเมล: [email protected]
โทรศัพท์: 02 5386729
การทบทวนนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทอาจทบทวนและปรับปรุงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้หรือแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องเป็นระยะๆ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายที่ใช้บังคับ
นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2565 เป็นต้นไป
บริษัท วายดีเอ็ม (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัทในเครือ (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกรวมกันว่า “บริษัท” หรือ “เรา”) จัดตั้งนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับบริษัทสามารถมั่นใจได้ว่าบริษัทรักษาความโปร่งใสและความรับผิดชอบในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (รวมถึงฉบับแก้ไขเพิ่มเติม) (“PDPA”)
นโยบายนี้ยังแจ้งให้บุคคลทราบถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยที่นำมาใช้เพื่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้ PDPA และใช้เป็นแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้บริหาร พนักงาน และผู้รับจ้างของบริษัททุกคนในการปฏิบัติตามดังต่อไปนี้
คำนิยาม
“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลธรรมดาซึ่งทำให้สามารถระบุตัวตนของบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ
“ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว” หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลที่ระบุไว้ภายใต้ PDPA ว่าเป็นข้อมูลอ่อนไหว เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด
“เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลที่มีความสัมพันธ์กับบริษัทและเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
“บุคคลที่มีความสัมพันธ์กับบริษัท” รวมถึง:
(1) ลูกค้าที่เป็นบุคคลธรรมดาของบริษัท
(2) พันธมิตรทางการค้าหรือคู่สัญญาที่เป็นบุคคลธรรมดาของบริษัท
(3) กรรมการ ผู้มีอำนาจกระทำการแทน ตัวแทน ผู้ถือหุ้น พนักงาน หรือบุคคลอื่นที่มีบทบาทในลักษณะเดียวกันของนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับบริษัท
(4) กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน หรือผู้รับจ้างของบริษัท รวมถึงสมาชิกในครอบครัวของบุคคลดังกล่าว
(5) ผู้ถือหุ้น นักลงทุน รวมถึงบุคคลธรรมดาใดๆ ที่สนใจลงทุนในบริษัท
(6) ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
(7) ผู้เยี่ยมชมหรือผู้ใช้งานเว็บไซต์ www.ydmthailand.com รวมถึงระบบ แอปพลิเคชัน อุปกรณ์ หรือช่องทางการสื่อสารอื่นๆ ที่ควบคุมโดยบริษัท
(8) บุคคลธรรมดาอื่นๆ ที่บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล เช่น บุคคลที่ติดต่อบริษัท ผู้สมัครงาน สมาชิกในครอบครัวของผู้สมัครงาน หรือบุคคลที่ถูกอ้างอิงในใบสมัครงาน
“บริษัทในเครือ” หมายถึง บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย และบริษัทร่วมของบริษัท และรวมถึงบุคคลที่ดำเนินการในนามของนิติบุคคลดังกล่าวด้วย
“การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง การดำเนินการใดๆ กับข้อมูลส่วนบุคคล เช่น การเก็บรวบรวม การบันทึก การทำสำเนา การจัดระเบียบ การจัดเก็บ การบำรุงรักษา การปรับปรุง การเปลี่ยนแปลง การใช้ การดึงข้อมูล การเปิดเผย การส่งต่อ การเผยแพร่ การส่ง การรวม การลบ หรือการทำลาย
ขอบเขตการบังคับใช้
นโยบายนี้ใช้บังคับกับข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (ทั้งในปัจจุบันและอนาคต) ที่บริษัท ผู้บริหาร พนักงาน และ/หรือผู้รับจ้างของบริษัททำการประมวลผล การประมวลผลดังกล่าวจะดำเนินการเพียงเท่าที่จำเป็นสำหรับการดำเนินงานของบริษัท และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดจากธุรกรรมหรือการติดต่อสื่อสารระหว่างบริษัทและเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลผ่านช่องทาง วิธีการ หรือรูปแบบใดๆ รวมถึงเว็บไซต์ ระบบ แอปพลิเคชัน เอกสาร หรือช่องทางการสื่อสารหรือบริการอื่นๆ ภายใต้การควบคุมของบริษัท
ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทอาจเก็บรวบรวม
บริษัทอาจเก็บรวบรวมหรือได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลดังต่อไปนี้ (รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว ซึ่งบริษัทจะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนการเก็บรวบรวม เว้นแต่กฎหมายจะอนุญาตเป็นอย่างอื่น)
ข้อมูลระบุตัวตนส่วนบุคคล เช่น คำนำหน้าชื่อ ชื่อ ชื่อสกุล ชื่อกลาง ชื่อเล่น ลายมือชื่อ เลขประจำตัวประชาชน สัญชาติ เลขที่ใบขับขี่ เลขที่หนังสือเดินทาง ข้อมูลทะเบียนบ้าน เป็นต้น
ลักษณะเฉพาะบุคคล เช่น วันเดือนปีเกิด เพศ ส่วนสูง น้ำหนัก อายุ สถานภาพสมรส สถานภาพทางทหาร รูปถ่าย ภาษาที่พูด ข้อมูลพฤติกรรม ความระเบิกบานใจหรือความชอบ สถานะล้มละลาย สถานะความเป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ เป็นต้น
ข้อมูลการติดต่อ เช่น หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขโทรสาร ที่อยู่อีเมล ที่อยู่ทางไปรษณีย์ ชื่อบัญชีโซเชียลมีเดีย แผนที่ตั้งของที่อยู่อาศัย เป็นต้น
ข้อมูลการจ้างงานและการศึกษา เช่น ประวัติการทำงาน ประวัติการศึกษา ประเภทการจ้างงาน อาชีพ ระดับ ตำแหน่ง หน้าที่ความรับผิดชอบ ความเชี่ยวชาญ สถานะใบอนุญาตทำงาน เลขที่ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี เลขบัญชีธนาคาร บุคคลอ้างอิง ข้อมูลเงินเดือน วันที่เริ่มงาน วันที่สิ้นสุดการจ้างงาน การประเมินผลการปฏิบัติงาน สวัสดิการและผลประโยชน์ สถาบันการศึกษา วุฒิการศึกษา ผลการศึกษา และวันที่สำเร็จการศึกษา เป็นต้น
ข้อมูลกรมธรรม์ประกันภัย เช่น ผู้เอาประกันภัย ผู้รับประโยชน์ เลขที่กรมธรรม์ ประเภทกรมธรรม์ จำนวนเงินเอาประกันภัย และข้อมูลเกี่ยวกับการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์
ข้อมูลความสัมพันธ์ทางสังคม เช่น สถานะทางการเมือง การดำรงตำแหน่งทางการเมือง การดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการในนิติบุคคลใดๆ เป็นต้น
ข้อมูลที่เกี่ยวกับการใช้บริการออนไลน์ของบริษัท เช่น ชื่อผู้ใช้งาน รหัสผ่าน รหัส PIN รหัสการลงชื่อเข้าใช้ระบบเพียงครั้งเดียว (SSO ID) รหัส OTP ข้อมูลการจราจรทางคอมพิวเตอร์ ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง รูปภาพ วิดีโอ บันทึกเสียง ข้อมูลพฤติกรรมการใช้งาน ประวัติการค้นหา คุกกี้หรือเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกัน รหัสอุปกรณ์ ประเภทอุปกรณ์ รายละเอียดการเชื่อมต่อ ข้อมูลเบราว์เซอร์ การตั้งค่าภาษา ระบบปฏิบัติการที่ใช้ เป็นต้น
คุกกี้และการใช้งานคุกกี้
บริษัทเก็บรวบรวมและใช้คุกกี้และเทคโนโลยีอื่นๆ ที่คล้ายคลึงกันบนเว็บไซต์ภายใต้การควบคุมของบริษัท เช่น www.ydmthailand.com หรือบนอุปกรณ์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้มั่นใจว่าเว็บไซต์ทำงานได้อย่างถูกต้อง และ/หรือเพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้งานให้แก่ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์สามารถจัดการหรือลบคุกกี้ผ่านการตั้งค่าเบราว์เซอร์บนอุปกรณ์ของตนได้
วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์หลายประการ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลและบริษัท และประเภทของผลิตภัณฑ์ บริการ หรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตวัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมายดังต่อไปนี้ และ/หรือตามที่กฎหมายอนุญาตเป็นอย่างอื่น
เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
เพื่อปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญา หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น
เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทหรือบุคคลอื่น เช่น การบริหารจัดการและการพัฒนาธุรกิจ การดำเนินงานที่จำเป็นเพื่อประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ การประเมินและบริหารความเสี่ยง การป้องกันและการตรวจสอบการทุจริตและการคอร์รัปชัน การบริหารทรัพยากรบุคคล การจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าและ/หรือพันธมิตร การบำรุงรักษาและการดำเนินงานของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ การรักษาความปลอดภัย กิจกรรมทางการตลาด การวิเคราะห์ข้อมูลหรือการวิจัยทางการตลาด และการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายที่ใช้บังคับกับบริษัท
ในกรณีที่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งบริษัทจำเป็นต้องได้รับความยินยอมสำหรับการดำเนินการหรือบริการบางอย่างตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลปฏิเสธที่จะให้ความยินยอมดังกล่าว บริษัทอาจจะไม่สามารถดำเนินการหรือให้บริการบางอย่างตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอได้ทั้งหมดหรือบางส่วน
การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
ภายใต้วัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในข้อ 5 ข้างต้นหรือวัตถุประสงค์อื่นที่กฎหมายอนุญาต บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บริษัทในเครือ พันธมิตรทางธุรกิจ หรือบุคคลอื่น ในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนการเปิดเผยดังกล่าว นอกจากนี้ บริษัทจะดูแลให้ผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และจะดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้มีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยมิชอบ
การโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ
บริษัทอาจโอนข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไปยังบริษัทในเครือ พันธมิตรทางธุรกิจ หรือบุคคลอื่นที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ ประเทศปลายทางที่รับข้อมูลส่วนบุคคลนั้นจะต้องมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดภายใต้ PDPA เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้
เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย
ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่ประเทศปลายทางไม่มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ
เป็นการจำเป็นเพื่อปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญา หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น
เป็นการดำเนินการตามสัญญาระหว่างบริษัทและบุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือบุคคลอื่น เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมในขณะนั้นได้
เป็นการจำเป็นเพื่อดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ
ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ และคนเสมือนไร้ความสามารถ
ในกรณีที่บริษัททราบว่าเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ และจำเป็นต้องได้รับความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะไม่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจนกว่าจะได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครอง ผู้รักษาพิทักษ์ หรือผู้อนุบาล (แล้วแต่กรณี) ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
ระยะเวลาการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลไว้ตราบเท่าที่จำเป็นสำหรับวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ระยะเวลาการจัดเก็บจะขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูล เช่น ระยะเวลาความสัมพันธ์ตามสัญญา และอายุความตามกฎหมาย เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาจัดเก็บและข้อมูลส่วนบุคคลไม่มีความจำเป็นสำหรับวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้อีกต่อไป บริษัทจะทำการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถระบุตัวบุคคลผู้เป็นเจ้าของข้อมูลได้อีกต่อไป
มาตรการรักษาความปลอดภัย
บริษัทดำเนินการตามมาตรการรักษาความปลอดภัยเพื่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง การใช้ การเปลี่ยนแปลง การแก้ไข หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยมิชอบ การเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลจะถูกจำกัดเฉพาะพนักงานหรือบุคคลที่ได้รับมอบหมายซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวตามวัตถุประสงค์ในการประมวลผลที่ได้แจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ บุคคลดังกล่าวจะต้องปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทอย่างเคร่งครัดและรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับจากการปฏิบัติหน้าที่
สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
เมื่อ PDPA มีผลใช้บังคับอย่างสมบูรณ์ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะมีสิทธิตามกฎหมาย PDPA ดังต่อไปนี้
สิทธิในการถอนความยินยอม – เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิในการถอนความยินยอมได้ตลอดเวลา เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธิตามกฎหมายหรือสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิในการขอเข้าถึง – เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท หรือขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวที่ตนไม่ได้ให้ความยินยอม บริษัทอาจปฏิเสธความขอร้องดังกล่าวได้เฉพาะในกรณีที่กฎหมายหรือคำสั่งศาลกำหนด และเมื่อการเปิดเผยนั้นอาจส่งผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น
สิทธิในการขอรับและโอนย้ายข้อมูล – เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนจากบริษัทได้ ในกรณีที่บริษัทได้ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติ และสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ (เช่น รูปแบบอิเล็กทรอนิกส์) เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลยังมีสิทธิขอให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ หรือขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทส่งหรือโอนไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่โดยสภาพทางเทคนิคไม่สามารถทำได้ การใช้สิทธิดังกล่าวจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
สิทธิในการคัดค้านการประมวลผล – เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนเมื่อใดก็ได้ภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ในกรณีดังกล่าว บริษัทจะยุติการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้นและคัดแยกข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกคัดค้านออกจากข้อมูลอื่นอย่างชัดเจนทันทีที่ได้รับคำคัดค้าน เว้นแต่บริษัทสามารถพิสูจน์ได้ว่าการประมวลผลนั้นมีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายที่เหนือกว่าสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการประมวลผลนั้นมีความจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ
สิทธิในการขอให้ลบหรือทำลาย – เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอให้บริษัทลบ หรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลได้ ภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูล – เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลได้ในสถานการณ์ดังต่อไปนี้
เมื่อบริษัทอยู่ในระหว่างการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลส่วนบุคคลตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ
เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลต้องถูกลบหรือทำลายเนื่องจากประมวลผลโดยมิชอบด้วยกฎหมาย แต่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลขอให้ระงับการใช้แทน
เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม แต่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีความจำเป็นต้องขอให้เก็บรักษาไว้เพื่อใช้ในการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
เมื่อบริษัทอยู่ในระหว่างการพิสูจน์เพื่อยืนยันว่าเหตุอันชอบด้วยกฎหมายนั้นเหนือกว่าการคัดค้านของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อ 11.4
สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูล – เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอให้บริษัทแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของตนเพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลนั้นถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทได้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อคอยให้คำแนะนำและตรวจสอบการดำเนินงานของบริษัท รวมถึงพนักงานและผู้รับจ้างเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนประสานงานและให้ความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่ PDPA กำหนด
หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลรายใดมีข้อสงสัยเกี่ยวกับนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ หรือต้องการใช้สิทธิตามนโยบายนี้หรือกฎหมายที่ใช้บังคับ โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ที่:
เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ที่อยู่: 139/26 ซอยลาดพร้าว 53 (โชคชัย 4) แขวงสะพานสอง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร
อีเมล: [email protected]
โทรศัพท์: 02 5386729
การทบทวนนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทอาจทบทวนและปรับปรุงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้หรือแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องเป็นระยะๆ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายที่ใช้บังคับ
นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2565 เป็นต้นไป
บริษัท วายดีเอ็ม (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัทในเครือ (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกรวมกันว่า “บริษัท” หรือ “เรา”) จัดตั้งนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับบริษัทสามารถมั่นใจได้ว่าบริษัทรักษาความโปร่งใสและความรับผิดชอบในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (รวมถึงฉบับแก้ไขเพิ่มเติม) (“PDPA”)
นโยบายนี้ยังแจ้งให้บุคคลทราบถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยที่นำมาใช้เพื่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้ PDPA และใช้เป็นแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้บริหาร พนักงาน และผู้รับจ้างของบริษัททุกคนในการปฏิบัติตามดังต่อไปนี้
คำนิยาม
“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลธรรมดาซึ่งทำให้สามารถระบุตัวตนของบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ
“ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว” หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลที่ระบุไว้ภายใต้ PDPA ว่าเป็นข้อมูลอ่อนไหว เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด
“เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลที่มีความสัมพันธ์กับบริษัทและเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
“บุคคลที่มีความสัมพันธ์กับบริษัท” รวมถึง:
(1) ลูกค้าที่เป็นบุคคลธรรมดาของบริษัท
(2) พันธมิตรทางการค้าหรือคู่สัญญาที่เป็นบุคคลธรรมดาของบริษัท
(3) กรรมการ ผู้มีอำนาจกระทำการแทน ตัวแทน ผู้ถือหุ้น พนักงาน หรือบุคคลอื่นที่มีบทบาทในลักษณะเดียวกันของนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับบริษัท
(4) กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน หรือผู้รับจ้างของบริษัท รวมถึงสมาชิกในครอบครัวของบุคคลดังกล่าว
(5) ผู้ถือหุ้น นักลงทุน รวมถึงบุคคลธรรมดาใดๆ ที่สนใจลงทุนในบริษัท
(6) ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
(7) ผู้เยี่ยมชมหรือผู้ใช้งานเว็บไซต์ www.ydmthailand.com รวมถึงระบบ แอปพลิเคชัน อุปกรณ์ หรือช่องทางการสื่อสารอื่นๆ ที่ควบคุมโดยบริษัท
(8) บุคคลธรรมดาอื่นๆ ที่บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล เช่น บุคคลที่ติดต่อบริษัท ผู้สมัครงาน สมาชิกในครอบครัวของผู้สมัครงาน หรือบุคคลที่ถูกอ้างอิงในใบสมัครงาน
“บริษัทในเครือ” หมายถึง บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย และบริษัทร่วมของบริษัท และรวมถึงบุคคลที่ดำเนินการในนามของนิติบุคคลดังกล่าวด้วย
“การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง การดำเนินการใดๆ กับข้อมูลส่วนบุคคล เช่น การเก็บรวบรวม การบันทึก การทำสำเนา การจัดระเบียบ การจัดเก็บ การบำรุงรักษา การปรับปรุง การเปลี่ยนแปลง การใช้ การดึงข้อมูล การเปิดเผย การส่งต่อ การเผยแพร่ การส่ง การรวม การลบ หรือการทำลาย
ขอบเขตการบังคับใช้
นโยบายนี้ใช้บังคับกับข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (ทั้งในปัจจุบันและอนาคต) ที่บริษัท ผู้บริหาร พนักงาน และ/หรือผู้รับจ้างของบริษัททำการประมวลผล การประมวลผลดังกล่าวจะดำเนินการเพียงเท่าที่จำเป็นสำหรับการดำเนินงานของบริษัท และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดจากธุรกรรมหรือการติดต่อสื่อสารระหว่างบริษัทและเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลผ่านช่องทาง วิธีการ หรือรูปแบบใดๆ รวมถึงเว็บไซต์ ระบบ แอปพลิเคชัน เอกสาร หรือช่องทางการสื่อสารหรือบริการอื่นๆ ภายใต้การควบคุมของบริษัท
ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทอาจเก็บรวบรวม
บริษัทอาจเก็บรวบรวมหรือได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลดังต่อไปนี้ (รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว ซึ่งบริษัทจะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนการเก็บรวบรวม เว้นแต่กฎหมายจะอนุญาตเป็นอย่างอื่น)
ข้อมูลระบุตัวตนส่วนบุคคล เช่น คำนำหน้าชื่อ ชื่อ ชื่อสกุล ชื่อกลาง ชื่อเล่น ลายมือชื่อ เลขประจำตัวประชาชน สัญชาติ เลขที่ใบขับขี่ เลขที่หนังสือเดินทาง ข้อมูลทะเบียนบ้าน เป็นต้น
ลักษณะเฉพาะบุคคล เช่น วันเดือนปีเกิด เพศ ส่วนสูง น้ำหนัก อายุ สถานภาพสมรส สถานภาพทางทหาร รูปถ่าย ภาษาที่พูด ข้อมูลพฤติกรรม ความระเบิกบานใจหรือความชอบ สถานะล้มละลาย สถานะความเป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ เป็นต้น
ข้อมูลการติดต่อ เช่น หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขโทรสาร ที่อยู่อีเมล ที่อยู่ทางไปรษณีย์ ชื่อบัญชีโซเชียลมีเดีย แผนที่ตั้งของที่อยู่อาศัย เป็นต้น
ข้อมูลการจ้างงานและการศึกษา เช่น ประวัติการทำงาน ประวัติการศึกษา ประเภทการจ้างงาน อาชีพ ระดับ ตำแหน่ง หน้าที่ความรับผิดชอบ ความเชี่ยวชาญ สถานะใบอนุญาตทำงาน เลขที่ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี เลขบัญชีธนาคาร บุคคลอ้างอิง ข้อมูลเงินเดือน วันที่เริ่มงาน วันที่สิ้นสุดการจ้างงาน การประเมินผลการปฏิบัติงาน สวัสดิการและผลประโยชน์ สถาบันการศึกษา วุฒิการศึกษา ผลการศึกษา และวันที่สำเร็จการศึกษา เป็นต้น
ข้อมูลกรมธรรม์ประกันภัย เช่น ผู้เอาประกันภัย ผู้รับประโยชน์ เลขที่กรมธรรม์ ประเภทกรมธรรม์ จำนวนเงินเอาประกันภัย และข้อมูลเกี่ยวกับการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์
ข้อมูลความสัมพันธ์ทางสังคม เช่น สถานะทางการเมือง การดำรงตำแหน่งทางการเมือง การดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการในนิติบุคคลใดๆ เป็นต้น
ข้อมูลที่เกี่ยวกับการใช้บริการออนไลน์ของบริษัท เช่น ชื่อผู้ใช้งาน รหัสผ่าน รหัส PIN รหัสการลงชื่อเข้าใช้ระบบเพียงครั้งเดียว (SSO ID) รหัส OTP ข้อมูลการจราจรทางคอมพิวเตอร์ ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง รูปภาพ วิดีโอ บันทึกเสียง ข้อมูลพฤติกรรมการใช้งาน ประวัติการค้นหา คุกกี้หรือเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกัน รหัสอุปกรณ์ ประเภทอุปกรณ์ รายละเอียดการเชื่อมต่อ ข้อมูลเบราว์เซอร์ การตั้งค่าภาษา ระบบปฏิบัติการที่ใช้ เป็นต้น
คุกกี้และการใช้งานคุกกี้
บริษัทเก็บรวบรวมและใช้คุกกี้และเทคโนโลยีอื่นๆ ที่คล้ายคลึงกันบนเว็บไซต์ภายใต้การควบคุมของบริษัท เช่น www.ydmthailand.com หรือบนอุปกรณ์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้มั่นใจว่าเว็บไซต์ทำงานได้อย่างถูกต้อง และ/หรือเพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้งานให้แก่ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์สามารถจัดการหรือลบคุกกี้ผ่านการตั้งค่าเบราว์เซอร์บนอุปกรณ์ของตนได้
วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์หลายประการ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลและบริษัท และประเภทของผลิตภัณฑ์ บริการ หรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตวัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมายดังต่อไปนี้ และ/หรือตามที่กฎหมายอนุญาตเป็นอย่างอื่น
เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
เพื่อปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญา หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น
เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทหรือบุคคลอื่น เช่น การบริหารจัดการและการพัฒนาธุรกิจ การดำเนินงานที่จำเป็นเพื่อประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ การประเมินและบริหารความเสี่ยง การป้องกันและการตรวจสอบการทุจริตและการคอร์รัปชัน การบริหารทรัพยากรบุคคล การจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าและ/หรือพันธมิตร การบำรุงรักษาและการดำเนินงานของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ การรักษาความปลอดภัย กิจกรรมทางการตลาด การวิเคราะห์ข้อมูลหรือการวิจัยทางการตลาด และการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายที่ใช้บังคับกับบริษัท
ในกรณีที่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งบริษัทจำเป็นต้องได้รับความยินยอมสำหรับการดำเนินการหรือบริการบางอย่างตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลปฏิเสธที่จะให้ความยินยอมดังกล่าว บริษัทอาจจะไม่สามารถดำเนินการหรือให้บริการบางอย่างตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอได้ทั้งหมดหรือบางส่วน
การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
ภายใต้วัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในข้อ 5 ข้างต้นหรือวัตถุประสงค์อื่นที่กฎหมายอนุญาต บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บริษัทในเครือ พันธมิตรทางธุรกิจ หรือบุคคลอื่น ในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนการเปิดเผยดังกล่าว นอกจากนี้ บริษัทจะดูแลให้ผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และจะดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้มีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยมิชอบ
การโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ
บริษัทอาจโอนข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไปยังบริษัทในเครือ พันธมิตรทางธุรกิจ หรือบุคคลอื่นที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ ประเทศปลายทางที่รับข้อมูลส่วนบุคคลนั้นจะต้องมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดภายใต้ PDPA เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้
เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย
ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่ประเทศปลายทางไม่มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ
เป็นการจำเป็นเพื่อปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญา หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น
เป็นการดำเนินการตามสัญญาระหว่างบริษัทและบุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือบุคคลอื่น เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมในขณะนั้นได้
เป็นการจำเป็นเพื่อดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ
ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ และคนเสมือนไร้ความสามารถ
ในกรณีที่บริษัททราบว่าเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ และจำเป็นต้องได้รับความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะไม่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจนกว่าจะได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครอง ผู้รักษาพิทักษ์ หรือผู้อนุบาล (แล้วแต่กรณี) ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
ระยะเวลาการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลไว้ตราบเท่าที่จำเป็นสำหรับวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ระยะเวลาการจัดเก็บจะขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูล เช่น ระยะเวลาความสัมพันธ์ตามสัญญา และอายุความตามกฎหมาย เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาจัดเก็บและข้อมูลส่วนบุคคลไม่มีความจำเป็นสำหรับวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้อีกต่อไป บริษัทจะทำการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถระบุตัวบุคคลผู้เป็นเจ้าของข้อมูลได้อีกต่อไป
มาตรการรักษาความปลอดภัย
บริษัทดำเนินการตามมาตรการรักษาความปลอดภัยเพื่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง การใช้ การเปลี่ยนแปลง การแก้ไข หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยมิชอบ การเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลจะถูกจำกัดเฉพาะพนักงานหรือบุคคลที่ได้รับมอบหมายซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวตามวัตถุประสงค์ในการประมวลผลที่ได้แจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ บุคคลดังกล่าวจะต้องปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทอย่างเคร่งครัดและรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับจากการปฏิบัติหน้าที่
สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
เมื่อ PDPA มีผลใช้บังคับอย่างสมบูรณ์ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะมีสิทธิตามกฎหมาย PDPA ดังต่อไปนี้
สิทธิในการถอนความยินยอม – เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิในการถอนความยินยอมได้ตลอดเวลา เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธิตามกฎหมายหรือสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิในการขอเข้าถึง – เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท หรือขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวที่ตนไม่ได้ให้ความยินยอม บริษัทอาจปฏิเสธความขอร้องดังกล่าวได้เฉพาะในกรณีที่กฎหมายหรือคำสั่งศาลกำหนด และเมื่อการเปิดเผยนั้นอาจส่งผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น
สิทธิในการขอรับและโอนย้ายข้อมูล – เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนจากบริษัทได้ ในกรณีที่บริษัทได้ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติ และสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ (เช่น รูปแบบอิเล็กทรอนิกส์) เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลยังมีสิทธิขอให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ หรือขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทส่งหรือโอนไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่โดยสภาพทางเทคนิคไม่สามารถทำได้ การใช้สิทธิดังกล่าวจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
สิทธิในการคัดค้านการประมวลผล – เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนเมื่อใดก็ได้ภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ในกรณีดังกล่าว บริษัทจะยุติการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้นและคัดแยกข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกคัดค้านออกจากข้อมูลอื่นอย่างชัดเจนทันทีที่ได้รับคำคัดค้าน เว้นแต่บริษัทสามารถพิสูจน์ได้ว่าการประมวลผลนั้นมีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายที่เหนือกว่าสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการประมวลผลนั้นมีความจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ
สิทธิในการขอให้ลบหรือทำลาย – เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอให้บริษัทลบ หรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลได้ ภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูล – เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลได้ในสถานการณ์ดังต่อไปนี้
เมื่อบริษัทอยู่ในระหว่างการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลส่วนบุคคลตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ
เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลต้องถูกลบหรือทำลายเนื่องจากประมวลผลโดยมิชอบด้วยกฎหมาย แต่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลขอให้ระงับการใช้แทน
เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม แต่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีความจำเป็นต้องขอให้เก็บรักษาไว้เพื่อใช้ในการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
เมื่อบริษัทอยู่ในระหว่างการพิสูจน์เพื่อยืนยันว่าเหตุอันชอบด้วยกฎหมายนั้นเหนือกว่าการคัดค้านของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อ 11.4
สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูล – เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอให้บริษัทแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของตนเพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลนั้นถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทได้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อคอยให้คำแนะนำและตรวจสอบการดำเนินงานของบริษัท รวมถึงพนักงานและผู้รับจ้างเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนประสานงานและให้ความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่ PDPA กำหนด
หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลรายใดมีข้อสงสัยเกี่ยวกับนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ หรือต้องการใช้สิทธิตามนโยบายนี้หรือกฎหมายที่ใช้บังคับ โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ที่:
เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ที่อยู่: 139/26 ซอยลาดพร้าว 53 (โชคชัย 4) แขวงสะพานสอง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร
อีเมล: [email protected]
โทรศัพท์: 02 5386729
การทบทวนนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทอาจทบทวนและปรับปรุงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้หรือแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องเป็นระยะๆ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายที่ใช้บังคับ
นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2565 เป็นต้นไป
บริษัท วายดีเอ็ม (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัทในเครือ (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกรวมกันว่า “บริษัท” หรือ “เรา”) จัดตั้งนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับบริษัทสามารถมั่นใจได้ว่าบริษัทรักษาความโปร่งใสและความรับผิดชอบในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (รวมถึงฉบับแก้ไขเพิ่มเติม) (“PDPA”)
นโยบายนี้ยังแจ้งให้บุคคลทราบถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยที่นำมาใช้เพื่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้ PDPA และใช้เป็นแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้บริหาร พนักงาน และผู้รับจ้างของบริษัททุกคนในการปฏิบัติตามดังต่อไปนี้
คำนิยาม
“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลธรรมดาซึ่งทำให้สามารถระบุตัวตนของบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ
“ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว” หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลที่ระบุไว้ภายใต้ PDPA ว่าเป็นข้อมูลอ่อนไหว เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด
“เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลที่มีความสัมพันธ์กับบริษัทและเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
“บุคคลที่มีความสัมพันธ์กับบริษัท” รวมถึง:
(1) ลูกค้าที่เป็นบุคคลธรรมดาของบริษัท
(2) พันธมิตรทางการค้าหรือคู่สัญญาที่เป็นบุคคลธรรมดาของบริษัท
(3) กรรมการ ผู้มีอำนาจกระทำการแทน ตัวแทน ผู้ถือหุ้น พนักงาน หรือบุคคลอื่นที่มีบทบาทในลักษณะเดียวกันของนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับบริษัท
(4) กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน หรือผู้รับจ้างของบริษัท รวมถึงสมาชิกในครอบครัวของบุคคลดังกล่าว
(5) ผู้ถือหุ้น นักลงทุน รวมถึงบุคคลธรรมดาใดๆ ที่สนใจลงทุนในบริษัท
(6) ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
(7) ผู้เยี่ยมชมหรือผู้ใช้งานเว็บไซต์ www.ydmthailand.com รวมถึงระบบ แอปพลิเคชัน อุปกรณ์ หรือช่องทางการสื่อสารอื่นๆ ที่ควบคุมโดยบริษัท
(8) บุคคลธรรมดาอื่นๆ ที่บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล เช่น บุคคลที่ติดต่อบริษัท ผู้สมัครงาน สมาชิกในครอบครัวของผู้สมัครงาน หรือบุคคลที่ถูกอ้างอิงในใบสมัครงาน
“บริษัทในเครือ” หมายถึง บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย และบริษัทร่วมของบริษัท และรวมถึงบุคคลที่ดำเนินการในนามของนิติบุคคลดังกล่าวด้วย
“การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง การดำเนินการใดๆ กับข้อมูลส่วนบุคคล เช่น การเก็บรวบรวม การบันทึก การทำสำเนา การจัดระเบียบ การจัดเก็บ การบำรุงรักษา การปรับปรุง การเปลี่ยนแปลง การใช้ การดึงข้อมูล การเปิดเผย การส่งต่อ การเผยแพร่ การส่ง การรวม การลบ หรือการทำลาย
ขอบเขตการบังคับใช้
นโยบายนี้ใช้บังคับกับข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (ทั้งในปัจจุบันและอนาคต) ที่บริษัท ผู้บริหาร พนักงาน และ/หรือผู้รับจ้างของบริษัททำการประมวลผล การประมวลผลดังกล่าวจะดำเนินการเพียงเท่าที่จำเป็นสำหรับการดำเนินงานของบริษัท และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดจากธุรกรรมหรือการติดต่อสื่อสารระหว่างบริษัทและเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลผ่านช่องทาง วิธีการ หรือรูปแบบใดๆ รวมถึงเว็บไซต์ ระบบ แอปพลิเคชัน เอกสาร หรือช่องทางการสื่อสารหรือบริการอื่นๆ ภายใต้การควบคุมของบริษัท
ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทอาจเก็บรวบรวม
บริษัทอาจเก็บรวบรวมหรือได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลดังต่อไปนี้ (รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว ซึ่งบริษัทจะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนการเก็บรวบรวม เว้นแต่กฎหมายจะอนุญาตเป็นอย่างอื่น)
ข้อมูลระบุตัวตนส่วนบุคคล เช่น คำนำหน้าชื่อ ชื่อ ชื่อสกุล ชื่อกลาง ชื่อเล่น ลายมือชื่อ เลขประจำตัวประชาชน สัญชาติ เลขที่ใบขับขี่ เลขที่หนังสือเดินทาง ข้อมูลทะเบียนบ้าน เป็นต้น
ลักษณะเฉพาะบุคคล เช่น วันเดือนปีเกิด เพศ ส่วนสูง น้ำหนัก อายุ สถานภาพสมรส สถานภาพทางทหาร รูปถ่าย ภาษาที่พูด ข้อมูลพฤติกรรม ความระเบิกบานใจหรือความชอบ สถานะล้มละลาย สถานะความเป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ เป็นต้น
ข้อมูลการติดต่อ เช่น หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขโทรสาร ที่อยู่อีเมล ที่อยู่ทางไปรษณีย์ ชื่อบัญชีโซเชียลมีเดีย แผนที่ตั้งของที่อยู่อาศัย เป็นต้น
ข้อมูลการจ้างงานและการศึกษา เช่น ประวัติการทำงาน ประวัติการศึกษา ประเภทการจ้างงาน อาชีพ ระดับ ตำแหน่ง หน้าที่ความรับผิดชอบ ความเชี่ยวชาญ สถานะใบอนุญาตทำงาน เลขที่ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี เลขบัญชีธนาคาร บุคคลอ้างอิง ข้อมูลเงินเดือน วันที่เริ่มงาน วันที่สิ้นสุดการจ้างงาน การประเมินผลการปฏิบัติงาน สวัสดิการและผลประโยชน์ สถาบันการศึกษา วุฒิการศึกษา ผลการศึกษา และวันที่สำเร็จการศึกษา เป็นต้น
ข้อมูลกรมธรรม์ประกันภัย เช่น ผู้เอาประกันภัย ผู้รับประโยชน์ เลขที่กรมธรรม์ ประเภทกรมธรรม์ จำนวนเงินเอาประกันภัย และข้อมูลเกี่ยวกับการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์
ข้อมูลความสัมพันธ์ทางสังคม เช่น สถานะทางการเมือง การดำรงตำแหน่งทางการเมือง การดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการในนิติบุคคลใดๆ เป็นต้น
ข้อมูลที่เกี่ยวกับการใช้บริการออนไลน์ของบริษัท เช่น ชื่อผู้ใช้งาน รหัสผ่าน รหัส PIN รหัสการลงชื่อเข้าใช้ระบบเพียงครั้งเดียว (SSO ID) รหัส OTP ข้อมูลการจราจรทางคอมพิวเตอร์ ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง รูปภาพ วิดีโอ บันทึกเสียง ข้อมูลพฤติกรรมการใช้งาน ประวัติการค้นหา คุกกี้หรือเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกัน รหัสอุปกรณ์ ประเภทอุปกรณ์ รายละเอียดการเชื่อมต่อ ข้อมูลเบราว์เซอร์ การตั้งค่าภาษา ระบบปฏิบัติการที่ใช้ เป็นต้น
คุกกี้และการใช้งานคุกกี้
บริษัทเก็บรวบรวมและใช้คุกกี้และเทคโนโลยีอื่นๆ ที่คล้ายคลึงกันบนเว็บไซต์ภายใต้การควบคุมของบริษัท เช่น www.ydmthailand.com หรือบนอุปกรณ์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้มั่นใจว่าเว็บไซต์ทำงานได้อย่างถูกต้อง และ/หรือเพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้งานให้แก่ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์สามารถจัดการหรือลบคุกกี้ผ่านการตั้งค่าเบราว์เซอร์บนอุปกรณ์ของตนได้
วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์หลายประการ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลและบริษัท และประเภทของผลิตภัณฑ์ บริการ หรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตวัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมายดังต่อไปนี้ และ/หรือตามที่กฎหมายอนุญาตเป็นอย่างอื่น
เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
เพื่อปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญา หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น
เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทหรือบุคคลอื่น เช่น การบริหารจัดการและการพัฒนาธุรกิจ การดำเนินงานที่จำเป็นเพื่อประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ การประเมินและบริหารความเสี่ยง การป้องกันและการตรวจสอบการทุจริตและการคอร์รัปชัน การบริหารทรัพยากรบุคคล การจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าและ/หรือพันธมิตร การบำรุงรักษาและการดำเนินงานของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ การรักษาความปลอดภัย กิจกรรมทางการตลาด การวิเคราะห์ข้อมูลหรือการวิจัยทางการตลาด และการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายที่ใช้บังคับกับบริษัท
ในกรณีที่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งบริษัทจำเป็นต้องได้รับความยินยอมสำหรับการดำเนินการหรือบริการบางอย่างตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลปฏิเสธที่จะให้ความยินยอมดังกล่าว บริษัทอาจจะไม่สามารถดำเนินการหรือให้บริการบางอย่างตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอได้ทั้งหมดหรือบางส่วน
การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
ภายใต้วัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในข้อ 5 ข้างต้นหรือวัตถุประสงค์อื่นที่กฎหมายอนุญาต บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บริษัทในเครือ พันธมิตรทางธุรกิจ หรือบุคคลอื่น ในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนการเปิดเผยดังกล่าว นอกจากนี้ บริษัทจะดูแลให้ผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และจะดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้มีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยมิชอบ
การโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ
บริษัทอาจโอนข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไปยังบริษัทในเครือ พันธมิตรทางธุรกิจ หรือบุคคลอื่นที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ ประเทศปลายทางที่รับข้อมูลส่วนบุคคลนั้นจะต้องมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดภายใต้ PDPA เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้
เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย
ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่ประเทศปลายทางไม่มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ
เป็นการจำเป็นเพื่อปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญา หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น
เป็นการดำเนินการตามสัญญาระหว่างบริษัทและบุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือบุคคลอื่น เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมในขณะนั้นได้
เป็นการจำเป็นเพื่อดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ
ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ และคนเสมือนไร้ความสามารถ
ในกรณีที่บริษัททราบว่าเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ และจำเป็นต้องได้รับความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะไม่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจนกว่าจะได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครอง ผู้รักษาพิทักษ์ หรือผู้อนุบาล (แล้วแต่กรณี) ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
ระยะเวลาการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลไว้ตราบเท่าที่จำเป็นสำหรับวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ระยะเวลาการจัดเก็บจะขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูล เช่น ระยะเวลาความสัมพันธ์ตามสัญญา และอายุความตามกฎหมาย เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาจัดเก็บและข้อมูลส่วนบุคคลไม่มีความจำเป็นสำหรับวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้อีกต่อไป บริษัทจะทำการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถระบุตัวบุคคลผู้เป็นเจ้าของข้อมูลได้อีกต่อไป
มาตรการรักษาความปลอดภัย
บริษัทดำเนินการตามมาตรการรักษาความปลอดภัยเพื่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง การใช้ การเปลี่ยนแปลง การแก้ไข หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยมิชอบ การเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลจะถูกจำกัดเฉพาะพนักงานหรือบุคคลที่ได้รับมอบหมายซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวตามวัตถุประสงค์ในการประมวลผลที่ได้แจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ บุคคลดังกล่าวจะต้องปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทอย่างเคร่งครัดและรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับจากการปฏิบัติหน้าที่
สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
เมื่อ PDPA มีผลใช้บังคับอย่างสมบูรณ์ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะมีสิทธิตามกฎหมาย PDPA ดังต่อไปนี้
สิทธิในการถอนความยินยอม – เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิในการถอนความยินยอมได้ตลอดเวลา เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธิตามกฎหมายหรือสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิในการขอเข้าถึง – เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท หรือขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวที่ตนไม่ได้ให้ความยินยอม บริษัทอาจปฏิเสธความขอร้องดังกล่าวได้เฉพาะในกรณีที่กฎหมายหรือคำสั่งศาลกำหนด และเมื่อการเปิดเผยนั้นอาจส่งผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น
สิทธิในการขอรับและโอนย้ายข้อมูล – เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนจากบริษัทได้ ในกรณีที่บริษัทได้ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติ และสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ (เช่น รูปแบบอิเล็กทรอนิกส์) เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลยังมีสิทธิขอให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ หรือขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทส่งหรือโอนไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่โดยสภาพทางเทคนิคไม่สามารถทำได้ การใช้สิทธิดังกล่าวจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
สิทธิในการคัดค้านการประมวลผล – เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนเมื่อใดก็ได้ภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ในกรณีดังกล่าว บริษัทจะยุติการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้นและคัดแยกข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกคัดค้านออกจากข้อมูลอื่นอย่างชัดเจนทันทีที่ได้รับคำคัดค้าน เว้นแต่บริษัทสามารถพิสูจน์ได้ว่าการประมวลผลนั้นมีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายที่เหนือกว่าสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการประมวลผลนั้นมีความจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ
สิทธิในการขอให้ลบหรือทำลาย – เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอให้บริษัทลบ หรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลได้ ภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูล – เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลได้ในสถานการณ์ดังต่อไปนี้
เมื่อบริษัทอยู่ในระหว่างการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลส่วนบุคคลตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ
เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลต้องถูกลบหรือทำลายเนื่องจากประมวลผลโดยมิชอบด้วยกฎหมาย แต่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลขอให้ระงับการใช้แทน
เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม แต่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีความจำเป็นต้องขอให้เก็บรักษาไว้เพื่อใช้ในการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
เมื่อบริษัทอยู่ในระหว่างการพิสูจน์เพื่อยืนยันว่าเหตุอันชอบด้วยกฎหมายนั้นเหนือกว่าการคัดค้านของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อ 11.4
สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูล – เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอให้บริษัทแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของตนเพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลนั้นถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทได้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อคอยให้คำแนะนำและตรวจสอบการดำเนินงานของบริษัท รวมถึงพนักงานและผู้รับจ้างเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนประสานงานและให้ความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่ PDPA กำหนด
หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลรายใดมีข้อสงสัยเกี่ยวกับนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ หรือต้องการใช้สิทธิตามนโยบายนี้หรือกฎหมายที่ใช้บังคับ โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ที่:
เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ที่อยู่: 139/26 ซอยลาดพร้าว 53 (โชคชัย 4) แขวงสะพานสอง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร
อีเมล: [email protected]
โทรศัพท์: 02 5386729
การทบทวนนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทอาจทบทวนและปรับปรุงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้หรือแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องเป็นระยะๆ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายที่ใช้บังคับ
นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2565 เป็นต้นไป